ขายของหลายสกุลเงินบน WooCommerce ตั้งค่ายังไง

ขายสินค้าให้ลูกค้าต่างประเทศ รับเงินสกุลอื่นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมด

ขายของหลายสกุลเงินบน WooCommerce ตั้งค่ายังไง WooCommerce

ขายของหลายสกุลเงินบน WooCommerce คืออะไร?

เมื่อคุณตั้งร้านค้าออนไลน์โดยใช้ WooCommerce บนเซิร์ฟเวอร์ Shared Hosting ของประเทศไทย การที่ลูกค้าต่างประเทศมาซื้อสินค้าของคุณแล้วต้องจ่ายเงินเป็นสกุลเงินไทยนั้นอาจจะไม่สะดวก เพราะพวกเขาทำให้เกิดความสับสนในการแปลงเงิน ในกรณีนี้ Multi-Currency (หลายสกุลเงิน) จึงเป็นทางแก้ที่ดี

Multi-Currency ในที่นี้หมายถึงการอนุญาตให้ลูกค้าเลือกเงินสกุลที่ต้องการในการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นเหรียญสหรัฐ (USD), เครื่องหมายยูโร (EUR), เหรียญเซนต์ (SGD) หรือสกุลเงินอื่น ๆ ที่คุณเลือก ตัวเว็บไซต์จะแสดงราคาและการชำระเงินตามสกุลที่ลูกค้าเลือก

ทำไมต้อง Multi-Currency?

หากร้านค้าของคุณต้องการขายให้ลูกค้าระหว่างประเทศ (เช่น ส่งสินค้าไปต่างประเทศ หรือเป็น Digital Product ที่ใคร ๆ ก็ซื้อได้) Multi-Currency จะมีประโยชน์ดังต่อไปนี้:

Plugin ยอดนิยมสำหรับ Multi-Currency

ใน WordPress มี Plugin ต่างๆ ที่ช่วยให้ WooCommerce สามารถจัดการหลายสกุลเงินได้อย่างง่ายดาย:

1. WooCommerce Multi-Currency (ฟรี)

เป็น Plugin ตัวจริงจาก WooCommerce เอง ที่เพิ่มความสามารถในการจัดการสกุลเงินหลายชนิด มีคุณสมบัติดังนี้:

2. WOOCS - WooCommerce Currency Switcher

Plugin นี้มีรุ่นฟรีที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสลับระหว่างสกุลเงินแล้ว WooCommerce จะปรับราคาตามลำดับอัตราแลกเปลี่ยนที่คุณตั้งไว้:

3. Astra – Multi Currency untuk WooCommerce

Plugin น้อยกว่าแต่มีประสิทธิภาพที่เข้มข้น โดยสนับสนุนการแสดงราคาตามสกุลเงินของผู้เยี่ยมชมโดยอัตโนมัติตามตำแหน่งที่ตั้ง (Geolocation):

Multi-Currency กับ Payment Gateway

หนึ่งในปัญหาที่ต้องคำนึงถึงคือ Payment Gateway ของคุณ (เช่น Stripe, PayPal, 2Checkout) ต้องรองรับสกุลเงินที่ลูกค้าเลือกด้วย ไม่ใช่ทุก Payment Gateway ที่จะรองรับสกุลเงินทั้งหมด:

ดังนั้น ก่อนเลือก Plugin Multi-Currency ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Payment Gateway ที่คุณใช้อยู่นั้นรองรับสกุลเงินที่คุณต้องการให้ลูกค้าเลือก

Multi-Currency และการคำนวณภาษี (Tax)

เมื่อลูกค้านอก VAT ของประเทศไทยซื้อสินค้า WooCommerce จะต้องคำนวณภาษีให้ถูกต้องตามประเทศของลูกค้า โดย Plugin Multi-Currency ตัวใหญ่ ๆ ในปัจจุบัน (เช่น WooCommerce Multi-Currency) สามารถทำงานร่วมกับระบบภาษีของ WooCommerce ได้อย่างเรียบร้อย:

Tip: เมื่อเปิด Multi-Currency ให้ไปที่ WooCommerce > Settings > Tax แล้วตั้งค่าอัตราภาษีของแต่ละประเทศที่คุณอยากขายของ ถ้าคุณขายเฉพาะประเทศไทยและต่างประเทศเพียงแห่งเดียว อาจจะไม่ซับซ้อนขนาดนั้น

ตรวจสอบว่า Multi-Currency ทำงานถูกต้อง

หลังจากติดตั้ง Plugin Multi-Currency ให้ทดสอบด้วยวิธีต่อไปนี้:

# 1. เข้าไปในหน้า Shop (หน้าแสดงสินค้า) ใน WooCommerce
#    และดูว่ามีปุ่มสลับสกุลเงินหรือไม่ (ขึ้นอยู่กับ Plugin)

# 2. สลับเปลี่ยนสกุลเงิน เช่น จาก USD เป็น EUR
#    แล้วตรวจสอบว่าราคาและสัญลักษณ์ของการจ่ายเงินเปลี่ยนตามไปหรือไม่

# 3. เพิ่มสินค้าลงในตะกร้า (Cart) ด้วยสกุลเงินต่างๆ
#    แล้วตรวจสอบว่าข้อมูลจำนวนเงินถูกต้องหรือไม่

# 4. ทดลองชำระเงาน (Checkout) ด้วยสกุลเงิน USD
#    ตรวจสอบจากตัว Payment Gateway ว่าสกุลเงินที่ส่งไปถูกต้องหรือไม่

# 5. ดู Order Details หลังการซื้อเสร็จแล้ว ตรวจว่าเก็บสกุลเงินที่ใช้ไว้ถูกต้องหรือไม่
Tip: หากใช้ Plugin WOOCS ให้เข้า WordPress Admin เลือก WOOCS Settings แล้วตรวจสอบ "Exchange rates" ว่าเดือนนี้ทำการอัพเดตแลกเปลี่ยนแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้อัพเดต ให้คลิก "Update rates now"

แก้ปัญหาที่พบบ่อย

Error: "ราคาแสดงผิดหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลง"

หลังสลับสกุลเงิน ราคากลับยังคงเป็นราคาเดิมหรือแสดงผิด อาจเกิดจากปัญหาต่อไปนี้:

วิธีแก้: ลบ Browser Cache ของเว็บไซต์นั้น (Ctrl+Shift+Delete) แล้วโหลดหน้าใหม่ หากยังไม่ได้ ให้ปิด Cache Plugin ชั่วคราว

Error: "Payment Gateway ไม่รองรับสกุลเงินนั้น"

เมื่อลูกค้าพยายามชำระเงิน PayPal หรือ Stripe บอกว่าไม่รองรับสกุลเงินที่เลือก

วิธีแก้: ตรวจสอบตัว Payment Gateway ว่ารองรับสกุลเงินนั้นหรือไม่ ถ้าไม่รองรับ ให้ลบสกุลเงินนั้นออกจากการตั้งค่า Plugin Multi-Currency หรือกำหนดให้ Fallback ไปยังสกุลเงินที่ Payment Gateway รองรับ

Error: "ภาษี (Tax) คำนวณผิดเมื่อใช้ Multi-Currency"

หลังเปิด Multi-Currency ราคากับภาษีรวมไม่ตรงกับที่คิด อาจเกิดจากการที่อัตราภาษียังตั้งค่าสำหรับสกุลเงินเดิมเท่านั้น

วิธีแก้: ไปที่ WooCommerce > Settings > Tax แล้วตรวจสอบอัตราภาษีสำหรับแต่ละประเทศ หากต้องการให้ภาษีต่างกันในแต่ละสกุลเงิน บางตัว Plugin (เช่น WooCommerce Multi-Currency) สามารถใช้ Geolocation ในการกำหนดภาษีตามประเทศได้โดยอัตโนมัติ

Error: "ตะกร้าสินค้าเก่าหายไปเมื่อเปลี่ยนสกุลเงิน"

ลูกค้าเพิ่มสินค้าลงตะกร้าด้วยสกุล USD แล้วเปลี่ยนเป็น EUR ตะกร้าหายไป

วิธีแก้: นี่อาจเป็นพฤติกรรมปกติของบาง Plugin ที่จดจำตะกร้าตามสกุลเงิน แนะนำให้ระบุหรือเตือนลูกค้าหลังเปลี่ยนสกุลเงิน ว่า "กรุณาตรวจสอบตะกร้าสินค้าของคุณ เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง"

Error: "Plugin Multi-Currency ทำให้เว็บไซต์ช้า"

ไซต์ช้าลงหลังติดตั้ง Plugin Multi-Currency เพราะมันต้องดึงอัตราแลกเปลี่ยนบ่อย ๆ

วิธีแก้: ใช้ Plugin Caching (เช่น WP Super Cache) เพื่อแคช ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยน หลายตัว Plugin ให้ตั้งค่าความถี่ในการอัพเดตอัตราแลกเปลี่ยนได้ (บางทีสามารถอัพเดตทุกชั่วโมงแทนทุกนาทีก็ได้)


คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ้าขายเฉพาะตัวประเทศไทย แต่ลูกค้าต่างประเทศมาซื้อ ต้องใช้ Multi-Currency หรือไม่?

A: ไม่จำเป็น หากคุณเก็บข้อมูลสินค้าเป็นเงินไทย (THB) และลูกค้าต่างประเทศต้องแปลงเองหรือใช้ Payment Gateway ในการแปลง ก็ได้ แต่ถ้าคุณอยากให้ลูกค้าสะดวก ให้ใช้ Multi-Currency เพื่อแสดงราคาในสกุลเงินของพวกเขา

Q: ต้องอัพเดตอัตราแลกเปลี่ยนด้วยตนเองหรือแบบอัตโนมัติ?

A: Plugin ส่วนใหญ่สามารถอัพเดตอัตราแลกเปลี่ยนโดยอัตโนมัติจาก API ภายนอก (เช่น Open Exchange Rates, Fixer.io) ได้ คุณสามารถตั้งความถี่ของการอัพเดตในการตั้งค่า Plugin หากไม่ตั้งค่าอะไรไว้ Plugin มักจะอัพเดตวันละหนึ่งครั้งตามค่าเริ่มต้น

Q: ใช้ Multi-Currency ได้ฟรีหรือต้องจ่ายเงิน?

A: ใช้ได้ฟรี Plugin อย่าง WOOCS และ WooCommerce Multi-Currency มีรุ่นฟรีที่มีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับส่วนใหญ่ของร้านค้าขนาดกลาง บางตัว Plugin มีรุ่นเสียเงินสำหรับคุณสมบัติเพิ่มเติม แต่ทำได้ด้วยรุ่นฟรี ถ้าไม่มีความต้องการพิเศษ